Wednesday, 27 April 2011

ท่าทางของสุนัขแสดงถึงอารมณ์

หลายคนที่เลี้ยงสุนัข คงจะเคยเห็นสุนัขทำท่าทางต่าง ๆ แต่ใครจะรู้บ้างว่า ท่าทางแต่ละอย่างที่เค้าแสดงออกมานั่น สามารถสื่อสารกับเราได้ ว่าในตอนนั้นเค้ารู้สึกอย่างไร



สุนัขหาว
1. สุนัขหาว หมายถึง ฉันกำลังเบื่อ

สุนัขหอน
2. สุนัขหอน หมายถึง ฉันกำลังเหงา พวกเธออยู่ไหน มาหาหน่อย

สุนัขลิ้นห้อย
3. สุนัขลิ้นห้อย หมายถึง เหนื่อย ร้อน อยากกินน้ำจัง

สุนัขนอนหงายท้อง
4. สุนัขนอนหงายท้อง หมายถึง ฉันยอมแพ้แล้ว

สุนัขวนกัดหางตัวเอง
5. สุนัขวนกัดหางตัวเอง หมายถึง ฉันกำลังเครียด และเบื่อที่ต้องอยู่แบบนี้

สุนัขกระดิกหาง
6. สุนัขกระดิกหาง ทำหูลู่ หมายถึง ฉันกำลังดีใจ และเป็นมิตรกับคุณ

Monday, 25 April 2011

อเมริกัน บูลลี่ ไม่ดุ ไม่โหด ครับผม

“บลูลี่” เป็นชื่อเรียกสั้นๆสำหรับสุนัขสายพันธุ์นี้ “บลูลี่” พัฒนามาจากสายพันธุ์ “อเมริกัน พิทบลู”จากเดิมที่มีความดุร้ายเป็นข่าวหน้า 1 หลายๆฉบับในอดีต สุนัขที่กัดเจ้าของจนเสียชีวิต มาถึงวันนี้สายพันธุ์ “อเมริกัน พิทบลู” ได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้กลายเป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตร อ่อนโยนและเป็นมิตรมากขึ้นเข้ากับเด็กๆ ได้ดี ซึ่งกำลังได้รับความนิมอย่างสูงในหมู่คนเลี้ยงสุนัขในขณะนี้

อเมริกันพิทบูลได้ขึ้นชื่อเรื่องความดุที่สุด เป็นข่าวให้เห็นบ่อยว่ากัดเจ้าของจนเสียชีวิต แต่ขณะนี้ มีการพัฒนาสายพันธุ์ เป็น ‘อเมริกากันบูลลี่’ ไม่ดุ หรือโหดร้ายแน่ …



สัตว์สี่ขา ตัวนี้ คือ…อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย (American Pit Bull Terrier) หรือเรียกสั้นๆว่า พิทบูล ชื่อมันดังไปทั่วโลกในเรื่อง ความดุร้าย และ โหดเป็นที่สุด….!!!

อเมริกัน บูลลี่ (American Bully)
ภาพลักษณ์ อเมริกันพิทบูล…ในห้วงเวลานี้อาจไม่สู้ดีนัก อีกทั้งยังถูกควบคุมเป็นพิเศษในหลายประเทศ ส่วน ไทยเรา…กรมปศุสัตว์ สั่งห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด รวมถึง ควบคุมการเลี้ยงที่มีอยู่เดิม แล้ว…แต่ยังมีการจำหน่ายกันอยู่บ้างในกลุ่มผู้นิยมสุนัขสายพันธุ์นี้…

คุณ ณกรณ์ สุตัณฑวิบูลย์ หนึ่งในผู้นิยมเลี้ยง… อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย บอกว่า สุนัขสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง …สายพันธุ์บูลด๊อก กับ สายพันธุ์เทอร์เรีย กลายมาเป็น… บูลแอนด์เทอร์เรีย (Bull-and-Terrier)

ต่อมามีการอพยพ นำไปยัง สหรัฐอเมริกา จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อ…อเมริกันพิทบูล แบ่งออกเป็นสองสายหลัก คือ สายกัด และ สายโชว์ บ้านเรานิยมเลี้ยง อเมริกันพิทบูลสายโชว์

ณ วันนี้ มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่มีหลายลักษณะ มีชื่อเรียกแตกต่างไปแล้วแต่ความชอบ อาทิ “บูลลี่ สไตล” มีรูปร่างออกไปทางเตี้ยล่ำ น้ำหนักเต็มที่ไม่เกิน 40 กิโลกรัม ขณะที่ “บิ๊กบูลลี่” สไตล์ใกล้เคียงกัน แต่มีขนาดใหญ่กว่า มี น้ำหนักขึ้นไปถึง 50 กิโลกรัม และ “พ็อกเก็ตพิท” ถูกบรีด ให้ตัวเล็กลงและมีสีสันที่น่ารัก เพื่อความเหมาะกับสังคมเมือง…

สำหรับผู้ริเริ่ม...อเมริกันบูลลี่ คือ...เดฟ วิลสัน เจ้าของ คอกสุนัข อาร์.อี. เริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา จนได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งนี้ สายเลือดนั้นต้องเป็นสุนัขที่มีความสมส่วน มีโครงสร้างใหญ่ กระดูกใหญ่ หัวโตได้รูป กระบอกปากสั้นและใหญ่ มีขาหน้าตรงสวยงาม ขาหลังมีมุม การเคลื่อนไหวตัวที่ราบเรียบและดูสวยงาม ซึ่งถูกต้องตาม มาตรฐาน AKC และ UKC ทั้งยังเน้นความฉลาด รวมทั้ง ไม่ดุ ไม่โหดอย่างที่คิด อีกด้วย

ในการพัฒนา สายพันธุ์อเมริกันบูลลี่ หากจะให้มันมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ควรให้อาหารที่เหมาะสม เช่น อาหารเม็ดสำเร็จรูปกับไข่ต้มในช่วงเช้า และช่วงเย็นเป็นเศษเนื้อวัวสด หั่นชิ้นล้างน้ำสะอาด หรือโครงไก่สด ปีก น่อง ที่ไม่มีกระดูก แต่ทุกเดือนต้องให้ถ่ายพยาธิให้ด้วย ปัจจุบัน อเมริกันสายพันธุ์บูลลี่ นิยมเลี้ยงกันในกลุ่มผู้ที่รักกลุ่มเล็ก ๆ

ที่มา: ไทยรัฐ

Sunday, 24 April 2011

เลี้ยงหมาอย่าไรไม่ให้อ้วน

โรคอ้วนหมายถึงภาวะที่ร่างกายสะสมไขมันในร่างกายมากเกินไป ระหว่าง 25 ถึง 40 % ของสุนัขถือว่าอ้วนหรือมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นโรคอ้วน



สาเหตุหลักของโรคอ้วนคือการที่สุนัขกินมากเกินไปและการขาดการออกกำลังกาย พลังที่ไม่ได้ใช้นั้น จะทำให้ไม่ได้เกิดการเผาไหม้และจะถูกเก็บเป็นไขมัน 1 % ของไขมัน ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าน้ำหนักปกติ 15-20% นอกจากนี้ความอ้วนทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกและข้อต่างๆ เป็นต้น

การป้องกันไม่ให้สุนัขอ้วน
การป้องกันไม่ให้น้องหมาเป็นโรคอ้วน
1. ไม่ตามใจน้องหมา เมื่อเขามาขออาหาร เจ้าของต้องตัดใจไม่ให้อะไรกินทั้งสิ้นเพราะหากให้ครั้งหนึ่งแล้วก็จะมีครั้งต่อ ๆ ไปตามมา

2. ไม่ตามใจคน ทุกคนในบ้านต้องพร้อมใจร่วมมือกัน ไม่ให้ของกินใด ๆ ทั้งสิ้นนอกเหนือจากอาหารประจำ เฮ้อ…จะขัดใจกันก็ตรงนี้แหละ

3. ให้อาหารตามปริมาณ กรณีให้อาหารสำเร็จรูป ต้องคำนวณปริมาณต่อน้ำหนักตัวน้องหมาตามที่ระบุไว้ข้างถุง หรือกล่อง โดยจำนวนมื้อที่เหมาะสมคือ 2 มื้อ เช้า และเย็น

4. ไม่ควรให้อาหารปรุงเอง เพราะอาหารที่ปรุงเองจะทำให้น้องหมาอ้วนง่าย เนื่องจากมีทั้งแป้งและไขมันสูง

5. กินไม่หมดเก็บทิ้ง ไม่ควรวางไว้ตลอดวัน และหากเลี้ยงไว้หลายตัว ก็ควรให้กินของใครของมันหากกินของตัวหมดแล้ว ก็ห้ามไปกินของตัวอื่นอีก

6. ปิดถังขยะให้มิดชิด ป้องกันการคุ้ยเขี่ยหาเศษอาหารกิน

7. หยุดพฤติกรรมการกินแบบบุฟเฟ่ต์ หมาบางตัวชอบออกไปขอข้าวบ้านอื่น หรือตามร้านอาหารกินอีก ต้องป้องกันห้ามออกไป

8. หมั่นออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญพลังงาน และไขมันส่วนเกินทำให้น้องหมาไม่อ้วน

9. งดขนมนมเนย ของหวาน แป้ง น้ำตาล เป็นตัวการทำให้อ้วนได้เป็นอย่างดี ต้องงดเด็ดขาด

10. จำไว้เสมอว่า คน คือผู้ทำให้หมาเป็นหมู ลำพังน้องหมาเองไม่สามารถไปเปิดตู้เย็น หรือสรรหาอาหารมากินจนอ้วนเป็นหมูเองได้

Friday, 22 April 2011

ปัญหาสุนัขชอบหอน

คงไม่ดีแน่ ๆ หากน้องหมาของคุณชอบที่จะส่งเสียงเห่าหอนอยู่เป็นประจำ เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญให้เจ้าของแล้ว ยังอาจกระทบกระเทือนไปถึงบ้านใกล้เรือนเคียงจนกลายเป็นปมปัญหามองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากคิดจะแก้ไขพฤติกรรมชอบหอน



สุนัขชอบหอน
การหอนของสุนัขมาจากสาเหตุได้บ้าง
ความเหงา สังเกตได้ว่าสุนัขที่อยู่บ้านเพียงลำพังตัวเดียวนาน ๆ จะชอบหอน หรือหอนมากกว่าสุนัขที่ร่าเริง อันเนื่องมาจากความเหงาและความกลัวนั่นเอง

สภาพแวดล้อม อาจเป็นไปได้ว่า การเริ่มต้นของเขาถูกสนับสนุนจากเจ้าของโดยไม่รู้ตัว ทำให้น้องหมาเข้าใจผิดไปว่าการเห่าหอนเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่ดี เช่น เมื่อเขาหอนแล้วคุณปล่อยเขาออกนอกบ้าน อาจด้วยความรำคาญหรืออื่นใดก็ตาม น้องหมาก็จะจดจำจนติดเป็นนิสัย

การไม่ได้ออกกำลังกาย สุนัขที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอทำให้พวกเขาเลือกที่ปลดปล่อยพลังบางส่วนด้วยการเห่าหอน แต่ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายจนเคยชินแล้วล่ะก็ อาจจะหลับมากกว่าหอนก็ได้นะ

การได้ยินเสียง อย่างที่รู้กันดีว่าประสาทสัมผัสของสุนัขนั้นไวมาก หากเขาได้ยินเสียงที่มีความถี่ต่ำหรือสูงกว่าปกติก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุนัขหอน สังเกตได้จากเวลาที่ได้ยินเสียงแหลม ๆ หรือกังวานสุนัขมักจะหอน

จัดการอย่างไรสำหรับสุนัขชอบหอน
พาออกกำลังกายบ้าง การพาน้องหมาไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือพาไปพบปะสุนัขตัวอื่น ๆ จะช่วยให้เขารู้สึกดี และรู้จักการเข้าสังคม

หากิจกรรมให้ทำ ยามที่ต้องอยู่บ้านตัวเดียว อาจหาของเล่น หรือขนมขบเคี้ยวมาวาง หรือซุกซ่อนให้เขาได้หา เพื่อเป็นกิจกรรมดึงความสนใจในเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้าน

สอนคำสั่ง เพื่อปรับพฤติกรรม ข้อนี้อาจต้องใช้ความอดทนและเวลา โดยเจ้าของต้องออกคำสั่ง “เงียบ” หรือ “อย่าหอน” ทุกครั้งที่น้องหมาเริ่มหอน และหากิจกรรมอย่างอื่นให้เขาทำ เช่น วางขนมบนจมูก ทำเช่นนี้น้องหมาจะหยุดหอน และหันมาสนใจขนมแทน เมื่อเขาหยุดหอนให้ทิ้งเวลาสักแป๊ป ก่อนจะให้ขนมเป็นรางวัล

Wednesday, 20 April 2011

การดูแลสุนัขพันธุ์เล็ก

ปัจจุบันสุนัขพันธุ์เล็ก กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการเลี้ยง โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อยากจะได้สัตว์เลี้ยงสักตัวก็จะให้ คุณพ่อ คุณแม่ ซื้อน้องหมาตัวเล็กๆ น่ารักๆ ให้สักตัว เช่น พุดเดิ้ล, ชิสุ, เทอร์เรีย, ชิวาวา, ปอมเมอเรเนียน เป็นต้น เพราะความน่ารักของน้องหมาเหล่านี้นี่เอง ในการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กๆ ไม่ต้องการอาศัยพื้นที่มาก และสามารถพาไปไหนมาไหนได้ง่าย



การดูแลสุนัขพันธุ์เล็ก
การดูแลสุนัขพันธุ์เล็ก
ร่างกาย
เริ่มกันที่เรื่องของสรีระร่างกาย เนื่องจากความเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก ตอนเป็นลูกสุนัขจะยิ่งเล็กเข้าไปอีก ดังนั้นโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เราจึงควรต้องระมัดระวังเวลาอุ้มลูกสุนัข สุนัขอาจจะดิ้นจนพลัดตกลงมาได้ การปล่อยสุนัขไว้ในที่สูงเช่น โต๊ะ เตียงนอน ต้องระวังสุนัขกระโดดหรือตกลงมา เพราะอาจทำให้สุนัขขาหักได้

ผลที่จะตามมาคือ สุนัขที่กระดูกหัก อาจส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตที่ผิดลักษณะธรรมชาติ ทำให้รูปร่างผิดสัดส่วนได้ หรือขาอาจจะเสียไปเลยก็ได้

การนอน
สุนัขตัวเล็กต้องการการพักผ่อนอย่างมาก ดังนั้นถ้าเห็นว่าสุนัขเริ่มง่วง อย่างตาปรือหรือเริ่มนิ่งๆ เฉยๆ ควรปล่อยให้สุนัขได้พักผ่อนบ้าง อย่าชวนน้สุนัขเล่นหรือแกล้งไม่ให้สุนัขนอน

อาหาร
เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่อย่างมาก เพราะอาหารสำหรับลูกสุนัขมีสารอาหารที่แตกต่างจากสุนัขโต รวมทั้งขนาดที่เล็กกว่า ความแข็ง ความอ่อน ควรอ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ด้วยว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และสารอาหารครบถ้วนหรือไม่ อีกข้อควรระวังคือ อย่าให้ลูกสุนัขรับประทานอาหารมากเกินไป

สุขภาพ
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ต้องคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักตัวของสุนัขด้วย เพราะสุนัขขนาดเล็กย่อมควรได้รับวัคซีนที่เหมาะสมกับขนาดน้ำหนักตัว

ส่วนยามเจ็บป่วยให้ผู้เลี้ยง สังเกตอาการต่างๆ เวลาสุนัขป่วยว่ามีอาการผิดปกติอะไรบ้าง เมื่อถึงเวลาพาไปหาสัตวแพทย์ ก็บอกเล่าอาการที่สังเกตพบ จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาสุนัขได้ครับ

Tuesday, 19 April 2011

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้สุนัข

ลูกสุนัขหรือแม้แต่สุนัขที่โตแล้ว อาจจะมีความอยากรู้อยากเห็น จะท่องเที่ยวไปแล้วก่อปัญหา เพราะอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ จึงเป็นการดีที่สุดที่คุณจะต้องเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้บ้าง



การจมน้ำ
สุนัขส่วนใหญ่ชอบว่ายน้ำ แล้วก็มีสุนัขหลายพันธุ์ที่เป็นนักว่ายน้ำที่ดีและแข็งแรง ถึงกระนั้นก็ตามสุนัขที่ว่าว่ายน้ำเก่งก็จะหมดแรง หากเขาพยายามปีนขึ้นจากสระว่ายน้ำ หรือพยายามจะว่ายทวนคลื่นลูกใหญ่ๆ ลูกสุนัขอาจจะตกไปในบ่อปลาทองและออกจากบ่อไม่ได้ ถ้าพบว่าลูกสุนัขสลบในขณะที่อยู่ในน้ำพยายามเอาเขาออกมาจากน้ำทันที โดยจับขาหลังแล้วดึงขึ้นมาเพื่อให้น้ำไหลออกจากปอดแล้ววางเขาลงโดยให้นอนเอียงข้าง ดึงลิ้นออกมาเพื่อให้การหายใจไม่หยุดชะงัก แล้วกดบริเวณหัวใจ(หัวใจอยู่ภายใต้ซี่โครง) ปล่อย แล้วกดลงไปอีกทำจนเขาหายใจเองได้ แต่ระวังอย่ากดจนกระดูกซี่โครงหัก หรือ อาจจะผายปอดโดยให้โน้มศีรษะของสุนัขไปทางหลัง กำให้ปากสุนัขปิดแล้วใช้ปากของคุณอมจมูกของเขาแล้วทำการเป่า

สุนัขโดนรถชน
อุบัติเหตุเนื่องจากการจราจร
ถ้าสุนัขของคุณถูกรถชน เขาอาจจะเกิดการช็อค อาจจะเกิดบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอก การเตรียมย้ายสุนัขแบบฉุกเฉินไปพบสัตวแพทย์ ก่อนอื่นควรสวมตระกร้อปากแบบฉุกเฉิน เพราะสุนัขที่อยู่ในอาการช็อคและเจ็บปวด อาจจะกัดเอาได้ สิ่งต่อมาคือ ใช้พลาสเตอร์ปิดที่บาดแผลที่เกิดขึ้นเพื่อห้ามเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้ขาที่ได้รับอันตรายเคลื่อนที่มาก ให้ใช้แผ่นไม้บางทำเป็นเฝือก จะช่วยพยุงขาในระหว่างการเดินทาง แล้วจึงพาสุนัขของคุณไปพบสัตวแพทย์ พยายามเคลื่อนที่หรือขยับสุนัขให้ น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เตรียมแคร่สำหรับหามสุนัขโดยใช้ผ้าห่ม เสื้อแจ็คเก็ท หรือพรมปูรถยนต์ ใช้คนสองคนจับตรงมุม คนละสองมุม ประคับประคองสุนัขอย่างอ่อนโยนแต่มั่นคง เพราะการดิ้นของสุนัขจะทำให้บาดแผลยิ่งเลวร้ายมาขึ้น ถ้าเขายังมีสติให้พูดปลอบโยนเขา

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้สุนัข

ลูกสุนัขหรือแม้แต่สุนัขที่โตแล้ว อาจจะมีความอยากรู้อยากเห็น จะท่องเที่ยวไปแล้วก่อปัญหา เพราะอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ จึงเป็นการดีที่สุดที่คุณจะต้องเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้บ้าง



การปฐมพยาบาลสุนัขเบื้องต้น
เมื่อสุนัขเป็นลมแดด
หากปล่อยสุนัขของคุณในรถที่ปิดสนิทในขณะที่อากาศร้อนอบอ้าว อาจมีผลทำให้เป็นลมแดด โดยมีอาการหอบ ชีพจรเต้นเร็ว น้ำลายไหลมากผิดปกติ เหงือกและตามีสีแดง อุณหภูมิของร่างกายสูงในรายที่เป็นมากจะอาเจียน ถ้ามีอาการดังกล่าวอย่างชัดเจน สุนัขของคุณต้องการความเย็นทันทีก่อนที่เขาจะผ่านเข้าไปสู่ขั้นโคม่า ให้นำเขาลงอาบน้ำเย็นทันที หรือใช้สายยางฉีดน้ำใส่เขา ถ้าเขาชักให้พาไปพบสัตวแพทย์

เมื่อสุนัขกินสารพิษ
สุนัขส่วนใหญ่จะกินสารที่เป็นพิษเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้นว่าสารเคมีที่ใช้ในสวน สารต้านการเป็นน้ำแข็งหรือยาที่ใช้กับคน หากจะให้สิ่งเหล่านี้ ให้อ่านคำแนะนำการใช้อย่ารอบคอบ

ถ้าพบว่าสุนัขของคุณกินสารที่เป็นพิษเข้าไป ให้นำสุนัขพร้อมกับสารพิษที่สงสัยว่าเขาจะกินเข้าไป ไปพบสัตวแพทย์ทันที ถ้าหากรู้ว่าสารพิษที่กินเข้าไป จะช่วยให้สัตวแพทย์ใช้สารที่ต้านพิษได้ถูกต้อง ถ้าหากไม่แน่ใจว่าสุนัขจะกินสารพิษเข้าไปหรือไม่ ถ้าเขาอาเจียนอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นสิ่งบอกเหตุ รีบพาเขาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว

การช่วยให้สุนัขอาเจียนออกมาเกิดประโยชน์ ก็ต่อเมื่อได้ทำทันทีที่สุนัขกินสารพิษเข้าไป วิธีที่จะทำให้สุนัขอาเจียนใช้วิธีบังคับให้สุนัขกินไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์หรือน้ำเชื่อมของอิพพิแค็ด ถ้าสารที่กินเข้าไปมีฤทธิ์เป็นด่าง อย่าพยายามทำให้สุนัขอาเจียนเป็นอันขาด ถ้าอยากรู้ว่าควรทำอย่างไร ขอแนะนำให้ติดต่อสัตวแพทย์

Sunday, 17 April 2011

การพาสุนัขเดินทาง

การเดินทางกับลูกสุนัข
ลูกสุนัขทุกตัวควรเรียนรู้หรือฝึกที่จะเดินทางไปกับคุณโดยรถยนต์ เพราะลูกสุนัขของคุณคงจะต้องเดินทางไปไหนมาไหนกับคุณบ้างในบางครั้ง เช่น เดินทางไปคลินิกสัตวแพทย์หรือ ร.พ.สัตว์เพื่อตรวจสุขภาพหรือทำการรักษา นั่นถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่สั้นที่สุด โอกาสที่คุณจะนำสุนัขของคุณเดินทางท่องเที่ยวโดยทางรถยนต์ในสถานที่ที่ไกลกว่าย่อมเป็นไปได้ ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่จะทำให้ลูกสุนัขของคุณคุ้นเคยกับการเดินทางไปกับคุณ โดยที่สุนัขไม่ตื่นเต้น



เทคนิคการฝึกสุนัข
วิธีการฝึกเสุนัขเดินทางโดยรถยนต์
ทำให้ลูกสุนัขของคุณคุ้นเคยกับการนั่งรถยนต์โดยการฝึกให้สุนัขนั่งรถยนต์บ่อยๆ เป็นต้นว่าให้พาสุนัขออกไปข้างนอกโดยนั่งรถยนต์สักประมาณ 10 นาทีทุกวัน เป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยเพิ่มระยะในการเดินทางเพื่อที่ลูกสุนัขจะสามารถทนที่จะอยู่ในยานพาหนะที่เคลื่อนที่ไปมา ลูกสุนัขจำนวนมากในตอนต้นจะมีอาการเมารถ ดังนั้นคุณควรจะต้องคลุมเบาะรถยนต์ และพื้นด้วยผ้าพลาสติก หรือวัสดุอื่นๆที่กันของที่อาเจียนออกมาได้ หากลูกสุนัขมีแนวโน้มว่าจะเมารถ อย่านำลูกสุนัขของคุณเดินทางหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เพราะอาจจะทำให้สุนัขเกิดอาเจียนได้

เมื่อลูกสุนัขของคุณรู้สึกสงบและผ่อนคลายเวลาเดินทางโดยรถยนต์ คุณสามารถที่จะนำเขาเดินทางจริงๆ ไปกับคุณแต่ในการเดินทางครั้งแรก ควรให้ระยะทางไม่ยาวจนเกินไป อาจจะเป็นระยะทางการเดินทางสัก 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ใช้ระยะเวลานานขึ้นจนสุนัขเริ่มชิน

ข้อแนะนำในการพาสุนัขเดินทางด้วยรถยนต์
- ก่อนเดินทาง 2-3 ชั่วโมง ไม่ควรให้อาหารลูกสุนัข เพราะจะทำให้อาเจียนได้

- ก่อนออกเดินทางควรนำลูกสุนัขออกไปเดินเล่น เพื่อให้สุนัขปัสวะหรือขับถ่ายก่อนเดินทาง

- หากลูกสุนัขของคุณคุ้นเคยกับ กล่อง กรงหรือคอกสำหรับใช้ในการเดินทางซึ่งเขาเคยนอน ควรจะนำไปด้วยเพื่อให้สุนัขเกิดความเคยชิน

- ให้นำของเล่นที่เขาชอบหรือผ้าห่มไปด้วย

- ทำให้ยานพาหนะมีการถ่ายเทของอากาศที่ดี อย่าให้ลูกสุนัขของคุณยื่นศีรษะออกไปนอกรถ เพราะแมลงหรือของแหลมอาจจะทิ่มแทงนัยน์ตาหรือจมูกเขาได้ ทำให้เกิดบาดแผล

- ให้หยุดรถทุกๆ หนึ่งหรือสองชั่วโมง เพื่อให้ลูกสุนัขของคุณลงมาดื่มน้ำ ออกกำลังนิดหน่อย และเพื่อให้เขาได้ผ่อนคลายไม่รู้สึกเครียด ในระหว่างที่พาสุนัขลงจากรถยนต์จะต้องใช้สายจูงทุกครั้ง

Saturday, 16 April 2011

อาหารของสุนัข

อาหารสุนัขเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สุนัขของคุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีอายุยืนยาว ดังนั้นการให้อาหารแก่สุนัข ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องพิถีพิถันอยู่บ้าง ผู้เลี้ยงหลายคนนิยมให้อาหารสำเร็จรูป เพราะสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมอาหารสดให้ ยุ่งยาก เพราะกว่าจะครบถ้วนด้วยสารอาหารก็จะต้องมีทั้ง ข้าว ตับ และผัก การใช้อาหารเม็ด หรืออาหารกระป๋องดูจะง่ายและให้สารอาหารแก่สุนัขอย่างครบถ้วนมากกว่า อีกทั้งอุจจาระของสุนัขยังแข็งเป็นก้อนง่ายต่อการเก็บทำความสะอาดอีกด้วย



แต่ก็มีผู้เลี้ยงบางกลุ่มนิยมให้อาหารสุนัขตามแต่ความต้องการของตนเอง โดยผู้เลี้ยงเข้าใจผิดว่า สุนัขมีความต้องการ และความสามารถในการกินได้เช่นเดียวกับคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดที่ผิด อาหารที่คุณให้อาจย้อนกลับมาทำอันตรายถึงชีวิตแก่สุนัขแสนรักของคุณได้
อาหารต้องห้าม 3 อย่างของสุนัข ที่ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงไม่นำมาให้สุนัขกินได้แก่

กระดูกไก่
กระดูกไก่ ปลา
หากไม่จำเป็นคุณไม่ควรให้กระดูกไก่ ปลา ให้เจ้าสุนัขของคุณกินโดยเด็ดขาด แม้ว่าเจ้าสุนัขของคุณจะชื่นชอบอาหารเหล่านี้เพียงใด เพราะ กระดูกไก่ ก้างปลา อาจแตกหักระหว่างที่สุนัขขบเคี้ยวสร้างมุมแหลม และความแหลมนี่เองอาจทิ่มแทงทำอันตรายสุนัขของคุณได้ ผู้เลี้ยงหลายคนให้เหตุผลในการให้อาหารเหล่านี้แก่สุ นัขว่า ต้องการให้แคลเซียมแก่สุนัข ซึ่งความจริงแล้วผู้เลี้ยงสามารถให้เม็ดแคลเซียม หรือนมอุ่นๆแก่สุนัขแทนได้

หัวหอมและกระเทียม

หัวหอมและกระเทียม
ไม่ควรให้สุนัขรับประทานในปริมาณมาก เพราะหัวหอมและกระเทียม มีส่วนประกอบของกำมะถันอยู่มาก เพราะฉะนั้นไม่เหมาะแก่การผสมในอาหารให้กับเจ้าตูบ เนื่องจากว่า สารกำมะถันนี้จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของเจ้าสุนัข จะทำให้โรคโลหิตจาง และโรคเลือดไหลไม่หยุดได้

ช็อคโกแลต
ช็อคโกแลต
หลายคนเคยให้ช็อคโกแลตกับสัตว์เลี้ยงของท่าน โดยไม่รู้ว่าช็อคโกแลตเหล่านี้ส่งผลร้ายต่อสุนัข สาเหตุเพราะช็อคโกแลตมีส่วนประกอบของสารชนิดหนึ่งชื่ อว่า theobromine ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ สารพวก caffeine(ซึ่งมีในพวกกาแฟ โกโก้) สาร theobromine นี้เมื่ออยู่ในร่างกายมันจะมีฤทธิ์หลายอย่าง แต่ที่เห็นเด่นๆชัด คือ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า adrenaline ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ถ้ากินมากๆอาจถึงขั้นเป็นพิษได้จะทำให้เกิด อาการ อาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้ มีรายงานในสุนัขบอกว่า ในสุนัขที่น้ำหนักไม่เกิน 5 กก. กินเข้าไปแค่ 400 มก. ก็สามารถแสดงความเป็นพิษได้ การที่สุนัขค่อนข้างจะไวต่อความเป็นพิษของ theobromine นั้นเป็นเพราะว่าร่างกายของมันไม่สามารถที่จะกำจัด theobromine ออกจากร่างกายได้รวดเร็วเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่น ตามปกติช็อคโกแลตที่ขายในท้องตลาด ถ้าเป็นแบบหวานจะมี theobromine อยู่ประมาณ 1.5 มก ต่อ ซีซี แต่ถ้าเป็นแบบไม่หวานจะมีประมาณ 13 มก. ต่อ ซีซี

Sunday, 10 April 2011

สุนัขบางแก้ว

ประวัติสุนัขพันธุ์ "บางแก้ว"
ต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ "บางแก้ว" อยู่ที่ วัดบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สุนัขพันธุ์บางแก้ว เป็นสายเลือดผสมระหว่าง สุนัขพันธุ์ไทยพื้นบ้าน กับสุนัขป่า เนื่องจากภูมิประเทศแถบ ต.บางแก้ว สมัยก่อนค่อนข้างมีลักษณะเป็นป่ามีต้นไม้หนาแน่น เป็นที่อาศัยของพวกสุนัขจิ้งจอก และสุนัขไน หรือที่เรียกว่า หมาไน ทำให้เกิดผสมพันธุ์กันระหว่าง สุนัข ทั้ง 3 สายพันธุ์ จนในที่สุดก็ได้เป็น "สุนัขพันธุ์บางแก้ว" ที่มีลักษณะหลายสีเหมือนสุนัขบ้าน มีขนยาวสองชั้นเหมือนสุนัขป่า หูป้องไปข้างหน้าเหมือนจิ้งจอก ดุ รักถิ่นฐานเหมือนสุนัขบ้าน และกล้าหาญเหมือนหมาไน



บางแก้ว
สุนัขพันธุ์บางแก้ว จึงนำมาเลี้ยงทั่วไปตามบ้าน เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะ สวยงาม เลี้ยงง่าย ฝึกง่าย จึงทำให้ สุนัข บางแก้ว นี้กลายเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากใน จ.พิษณุโลก ตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า สุนัขพันธุ์บางแก้ว เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงและทำรายได้ระดับประเทศ

ลักษณะสุนัขพันธุ์ "บางแก้ว"
สุนัขพันธุ์บางแก้ว จะมีขนาดเท่าสุนัขไทย หรือเล็กกว่าเล็กน้อย ขนปุยยาว สง่างาม ว่องไว แข็งแรง เวลายืนมักเชิดหน้าและโก่งคอคล้ายม้า หัวกะโหลกใหญ่ ปากยาวแหลม หูเล็กสั้นตั้งป้องไปข้างหน้า ลักษณะเด่นของ สุนัข บางแก้ว คือ ภายในหูจะมีขนปลายปิดรูหูคล้ายหมาจิ้งจอก ตาเล็กกลมรี พื้นสีตาเป็นสีเหลืองทองคล้ำ ขณะโกรธจะขึ้นแววสีฟ้าใส หรือที่เรียกว่า ตาเขียว จมูกสีดำ ฟันซี่ เล็กขาวคม หางต้องเป็นพวงสืบทอดมาจากสุนัขจิ้งจอก ตั้งโค้งไปข้างหน้า หางพุ่งไปด้านหลังแล้วโค้งตั้งขึ้น และเป็นพวงลาดแบบแทงดินอย่างหางม้า

ส่วนเสียงเห่าของ สุนัขพันธุ์บางแก้ว จะแหลมเล็กกว่าสุนัขไทย เวลาวิ่งจะซอยเท้าถี่ สีของ สุนัข บางแก้ว ที่นิยม คือ สีขาวปลอด ขาวน้ำตาล ขาวดำ ทั้งนี้ สุนัขพันธุ์บางแก้ว ขึ้นชื่อมากเรื่องความดุ มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ รักและหวงเจ้าของ ไม่ชอบคนแปลกหน้า มีความสามารถในการดมกลิ่นเป็นเลิศ จำเสียงได้แม่นยำ กินอาหารง่าย มีความกล้าหาญ กล้าที่จะสู้กับสุนัขที่ตัวโตกว่า

นอกจากนี้ สุนัขพันธุ์บางแก้ว ยังมีประสาทตื่นตัวอยู่เสมอแม้นอนหลับ บางแก้ว เป็น สุนัข ที่ชอบเล่นน้ำ เมื่อหมอบข้อศอกจะแนบกันพื้นและเท้าหลังจะแบออกทั้งสองข้าง ก่อนจะกินน้ำในอ่าง บางแก้ว ชอบเอาเท้าหน้าข้างหนึ่งข้างใดจุ่มลงไปในอ่างก่อน เวลาขู่จะเหยียดขาหน้าพุ่มไปข้างหน้า แล้วผงกหัวและแผงขนหลังตั้งขึ้นพร้อมกับส่งเสียงขู่ สุนัขพันธุ์บางแก้ว ชอบกินเนื้อสัตว์และปลา เนื่องจากหมู่บ้านบางแก้ว อาชีพหลักของชาวบ้านแถบนั้นคือ จับปลา ค้าปลาน้ำจืด และเลี้ยง สุนัขพันธุ์บางแก้ว ไว้บนแพ อาหารที่ได้จึงหลีกไม่พ้นปลา แต่อาหารอื่นๆ ก็กินได้เช่นกัน

Saturday, 9 April 2011

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือ โรคกลัวน้ำ (Hydrophobia) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเรียกว่า "โรคหมาว้อ" จัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies) ซึ่งทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคน สุนัข แมว ลิง กระรอก ค้างคาว สุนัขจิ้งจอก สกั้งค์ แรคคูน พังพอน ฯลฯ พาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย คือ สุนัข รองลงมาคือแมว ส่วนในต่างประเทศมักเกิดจากสัตว์ป่ากินเนื้อต่าง ๆ เช่น สุนัขจิ้งจอก สุนัขป่า Jaguarฯลฯ และสำหรับในแถบประเทศละตินอเมริกานั้น ยังพบพาหะที่สำคัญคือ ค้างคาวดูดเลือด (Vampire bat)



โดยโรคพิษสุนัขบ้านี้ เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการทางประสาท โดยเฉพาะที่ระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าเป็นแล้วจะเสียชีวิตทุกราย หากฉีดวัคซีนป้องกันโรคไม่ทัน ทั้งนี้ คาดกันว่าในแต่ละปี ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า ปีละกว่า 30,000 คน

โรคพิษสุนัขบ้า
คนติดโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างไร
สุนัขและแมวที่ป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้า สามารถแพร่เชื้อได้ก่อนแสดงอาการ เพราะเชื้อจะออกมาในน้ำลายเป็นระยะ ๆ ประมาณ 1-7 วัน ก่อนแสดงอาการ คนเราจะติดเชื้อนี้ก็ต่อเมื่อถูกสัตว์ที่เป็นโรคนี้กัดหรือข่วน ถูกสัตว์ที่เป็นโรคนี้เลีย หรือน้ำลายสัตว์กระเด็นเข้าแผลรอยขีดข่วน หรือเยื่อเมือกบุตา จมูก ปาก ถ้าน้ำลายถูกผิวหนังปกติ ไม่มีรอยข่วนหรือบาดแผล ไม่มีโอกาสติดโรค การติดต่อโดยการหายใจมีโอกาสน้อยมาก ยกเว้นมีจำนวนไวรัสในอากาศเป็นจำนวนมาก เช่น ในถ้ำค้างคาว การติดต่อโดยการกินเกิดขึ้นได้ยากไม่เคยมี

ทำไมถึงเรียกโรคพิษสุนัขบ้าว่า โรคกลัวน้ำ
เพราะผู้ที่เป็น โรคพิษสุนัขบ้า จะมีอาการกลัวน้ำ ซึ่งเป็นอาการแปลกที่พบใน โรคพิษสุนัขบ้า เท่านั้น และเวลากินน้ำจะสำลักและเจ็บปวดมาก เพราะกล้ามเนื้อคอเป็นอัมพาตและเกร็ง

Wednesday, 6 April 2011

สายพันธุ์สุนัขที่ดุที่สุดในโลก 7 อันดับ




อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย


1. อมเริกัน พิทบูล เทอร์เรีย (American Pitbull Terrier)
สุนัขพันธุ์ "อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย" เป็นสุนัขพันธุ์ที่ดุที่สุดในโลก ถึงขนาดที่ประเทศอังกฤษแบบไม่ให้มีการเลี้ยงกัน เนื่องจากมีข่าวจนเป็นคดีความ ฟ้องร้องกันไปหลายครั้งหลายครา สุนัขพันธุ์นี้ก็เคยมีข่าวว่ากัดคนตายมาแล้วมากมาย (แต่รักเจ้าของยิ่งชีพ)




ทิเบตัน มาสทิสส์

2. ทิเบตัน มาสทิสส์ (Tibetan Mastiff)
สุนัขพันธุ์ "ทิเบตัน มาสทิสส์" เป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า Do-khyi ซึ่งแปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เนื่องจากอุปนิสัยที่หวงถิ่นฐาน และดุร้าย จึงต้องผูกไว้เพื่อความปลอดภัยของบุคคลภายนอก พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัข ที่ ดุร้ายที่สุดในโลก สายพันธุ์หนึ่ง โดยชาวธิเบต กล่าวว่าพวกมัน ดุร้าย กล้าหาญ และแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเขามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว

ฟิล่า บราซิลเลียโร่


3. ฟิล่า บราซิลเลียโร่ (Fila Brasileiro)
สุนัขพันธุ์ "ฟิล่า บราซิลเลียโร่" สุนัขล่าเนื้อจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงตามบ้าน เป็นสุนัขพันธุ์ดุที่สุดในโลก โดยมีสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็นสุนัข พื้นเมืองของบราซิล ที่เลี้ยงในไร่ขนาดใหญ่เพื่อขับไล่เสือหรือหมี



ร็อตไวเลอร์



4. ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
สุนัขพันธุ์ "ร็อตไวเลอร์" จองพื้นที่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บ้านเราอยู่เป็นระยะๆ ด้วยนิสัยดุ กัดแหลกของมันทำให้ล่าสุดถึงกับ มีการสร้างหนังชื่อ ร็อดไวเลอร์ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความร้ายกาจของสุนัขพันธุ์นี้


บางแก้ว



5. บางแก้ว (Bangkaew)
สุนัขพันธุ์ "บางแก้ว" เป็นสุนัขพันธุ์ไทย บางแก้ว จัดเป็นหมาไทยที่ได้ชื่อว่าดุที่สุดพันธุ์หนึ่ง และไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวคนใช้ถูกบางแก้วกัดตายเหมือนกัน ทั้งนี้ก็ด้วยพิษสงของเขี้ยวเล็บที่แข็งแรง



โดเบอร์แมน


6. โดเบอร์แมน (Doberman)
สุนัขพันธุ์ "โดเบอร์แมน" เคยได้รับความนิยมช่วงหนึ่งในไทย ก่อนการมาถึงของ พิทบูลและร็อดไวเลอร์ นิยมเลี้ยงไว้เฝ้ายาม จึงมีนิสัยดุพอสมควร ในยุโรปเป็นสุนัขพันธุ์หนึ่งที่ใช้ล่าเนื้อเพราะความปราดเปรียวของมัน ด้วยรูป ร่างสูงเพรียว ตัวโตเต็มที่เหมือนกวางตัวย่อมๆ ส่วนเรื่องความเร็วจัดได้ว่าเป็นนักวิ่งตัวหนึ่ง

อัลเซเชี่ยน

7. อัลเซเชี่ยน (Alsatian)
สุนัขพันธุ์ "อัลเซเชี่ยน" ถือเป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่าดุพอสมควร มีเขี้ยวเล็บแหลมคม แข็งแรงว่องไว เห่าเสียงดัง ขู่ก็น่ากลัว แต่ด้วยความฉลาด เรียนรู้เร็ว เชื่อฟังคำสั่งทำให้ อัลเซเซี่ยนดูจะดีกว่าสุนัขพันธุ์อื่นอยู่มาก รวมทั้งข่าวคราวในเรื่องเสียหายก็ไม่ ค่อยมี ดังนั้น ในวงการบันเทิงบทของ อัลเซเซี่ยน จึงเป็นสุนัขฉลาดแสนรู้ ซื่อสัตย์ ขนาดเป็นพระเอกก็ยังมี แถมยังมีฉากช่วยชีวิตคนอยู่บ่อยๆ (ในชีวิตจริงก็มีบ่อยๆ เหมือนกัน)

Tuesday, 5 April 2011

สุนัขดุร้ายที่นิยมเลี้ยงในเมืองไทย

ฟีล่า บราซิลเลียโร่ (Fila brasileiro)
สายพันธุ์อหังการที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูชาวไทยนัก แต่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ ฟีล่า บราซิลเลียโร่ เป็นสุนัขล่าเนื้อจากประเทศบราซิล เป็นสุนัขขนาดใหญ่ที่ชาวไร่สวนในดินแดนกาแฟเลี้ยงไว้เพื่อคอยขับไล่ “หมีและเสือ” จึงจัดเข้าข่ายสุนัข “ดุ” ติดอันดับต้นๆ ของโลก




ฟีล่า บราซิลเลียโร่
สุนัขพันธุ์ ฟีล่า บราซิลเลียโร่ ต้องมีการผสมพันธุ์อย่างถูกต้อง ห้ามข้ามสายพันธุ์เด็ดขาด เพราะจะไม่สามารถควบคุมความดุร้ายของมันได้ จุดเด่นคือ ความซื่อสัตย์ และมีความรักต่อเจ้าของมาก ขนาดที่ว่าแม้แต่คนที่เดินมาคุยกับผู้เลี้ยง หากมีเจตนาประสงค์ร้าย สุนัขสายพันธุ์นี้พร้อมที่จะเข้าไป “ขย้ำ” ได้ทันที การดูแลจึงความสำคัญมาก ห้ามคลาดสายตากันเลยทีเดียว

สุนัข ฟีล่า บราซิลเลียโร่ จะดุเอามากๆกับคนแปลกหน้าที่อาจจะทำร้ายกับเจ้านายมัน หรือบุกรุกเข้ามาในสถานที่ของมัน มันจะไม่ยอมห่างจากเจ้าของ และที่สำคัญเป็นสุนัขที่ไม่กลัวไม้หรืออาวุธครับ เพราะสุนัขที่ดุส่วนมากถ้าได้ยินเสียงปืนหรือมีคนแปลกหน้าถือไม้เดินเข้าหาก็จะออกอาการกล้าๆกลัวๆ แต่ถ้าสุนัขฟิล่าจะไม่กลัว การกัดจะกัดที่คอทันที โดยจะเอาสองขาหน้ากระโดดเหยียบที่หน้าอกหรือบ่าของคนร้ายแล้วก็งับไปที่คอทันที ถ้าหลบทันก็รอดไป

ในประเทศบราซิล มีคำเปรียบเปรยอยู่คำนึงว่า "ซื่อสัตย์เหมือนฟิล่า"


Sunday, 3 April 2011

สุนัขนิสัยดุร้ายที่นิยมเลี้ยงในเมืองไทย

ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
สุนัขพันธุ์ "ร็อตไวเลอร์" ตกเป็นจำเลยก่อเหตุสลดสุดสยองมากที่สุดในเมืองไทย ผู้เลี้ยงและผู้เพาะสุนัขพันธุ์ ร็อตไวเลอร์ รายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า “ร็อตไวเลอร์ 90% ไม่ชอบเด็ก” เพราะคิดว่าเด็กเป็นของเล่น ต้องการเข้าไปขย้ำอยู่ตลอดเวลา



ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
พื้นฐาน ร็อตไวเลอร์ มีนิสัยดุ กัดแหลก แต่เจ้าพันธุ์นี้มีความสง่างาม ตัวใหญ่ ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ เชื่องกับเจ้าของ พร้อมที่จะตายแทนได้หาก “นาย” มีภัยร้ายเข้ามา จึงเป็นที่หมายปองของผู้ที่รักลุ่มหลงเจ้าร็อตไวเลอร์เป็นอย่างมาก

สายพันธุ์ของร็อตไวเลอร์มาจาก 3 ประเทศหลัก คือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และยูโกสลาเวีย
สายพันธุ์เยอรมันนับว่ามีความดุร้ายมากที่สุด เพราะถูกเลี้ยงไว้เพื่อป้องกันเหตุร้ายและอารักขา แตกต่างจากอเมริกาที่เลี้ยงในลักษณะที่เชื่อง เข้าสังคม เป็นมิตร ฝึกให้สงบไม่ก้าวร้าว ส่วนที่ยูโกสลาเวียจะนำความเด่นของทั้ง 2 ประเทศมารวมกัน ให้ใช้งานได้ในหลายรูปแบบ

วิธีการเอาตัวรอดหากต้องเผชิญหน้ากับเจ้าร็อตไวเลอร์ คือ เมื่อเจ้าสุนัขพันธุ์โหดมุ่งเข้ามา ขอให้อยู่นิ่งๆ ห้ามกระดุกระดิกอย่างเด็ดขาด เพราะโดยธรรมชาติสุนัขพันธุ์นี้จะไม่ชอบคนหลุกหลิก หรือทำท่าทางแบบกล้าๆ กลัวๆ หากถูกกัดก็ขอให้อยู่นิ่ง สุนัขจะกัดเพียงครั้งเดียว และค่อยๆ คลายกรามออก (สยองดีจริงๆ) ถ้าดิ้นรนต่อสู้ร็อตไวเลอร์จะยิ่งขย้ำ บดเขี้ยวเข้าไปอย่างไม่ลดละ เพื่อให้เหยื่ออยู่นิ่ง ทางที่ดีที่สุด ผู้เลี้ยงต้องดูแลอย่างดี อย่าปล่อยปละละเลยให้คลาดสายตาเมื่ออยู่ในชุมชน ที่สำคัญ ต้องมีเวลาพาร็อตไวเลอร์ออกนอกบ้านบ้าง เพื่อให้ชินกับสังคม แต่การออกนอกบ้านทุกครั้ง ก็ต้องมีสายลากจูงที่แน่นหนา และต้องแน่ใจว่าตัวเองมีแรงพอที่จะเอามันอยู่ อย่าขังไว้ในบ้าน เพราะสุนัขจะเกิดความกดดัน หวาดกลัวไม่ชินกับผู้คน และสุดท้ายจะเข้าทำร้ายในที่สุด


แลกลิงค์

Create your own banner at mybannermaker.com!
Copy this code to your website to display this banner!
ต้องการแลกลิงค์ ติดต่อ plasmamax@gmail.com